Graduate programs Faculty of law

You are here: Admission

Admission ( การรับสมัครเข้าศึกษา)

        คณะนิติศาสตร์ เปิดรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาต่อ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2558 ถึงวันที่ 12 มีนาคม 2559

        สำหรับหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต สาขาวิชากฎหมายธุรกิจ (หลักสูตรนานาชาติ)

  • Track 1 รับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2558 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2559

  • Track 2 รับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559

     

 

Apply now

หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต

ชื่อหลักสูตร
(ภาษาไทย) นิติศาสตรมหาบัณฑิต
(ภาษาอังกฤษ) Master of Laws

ชื่อปริญญา
(ชื่อเต็มภาษาไทย)         นิติศาสตรมหาบัณฑิต
(ชื่อเต็มภาษาอังกฤษ)     Master of Laws
(ชื่อย่อภาษาไทย)           น.ม.
(ชื่อย่อภาษาอังกฤษ)      LL.M.


สาขาวิชาทีเปิดสอน

 - สาขากฎหมายเอกชน (Private Law)
    - สาขากฎหมายอาญา (Criminal Law)
    - สาขากฎหมายมหาชน (Public Law)
    - สาขากฎหมายระหว่างประเทศ (International Law)
    - สาขากฎหมายธุรกิจ (Business Law)
    - สาขากฎหมายการค้าระหว่างประเทศ (International Trade Regulation)
    - สาขากฎหมายภาษี (Tax Law)
    - สาขากฎหมายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (Natural Resources and Environmental Law)

คุณสมบัติของผู้เข้าศึกษา

     ผู้สมัครเข้าสอบคัดเลือกจะต้องมีคุณสมบัติตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ว่าด้วยการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. 2553ข้อ 7 และต้องมีคุณสมบัติทางการศึกษา ดังนี้

         กรณีทั่วไป

                   (1)เป็นผู้ได้รับปริญญาตรีสายนิติศาสตร์ จากสถาบันการศึกษาในหรือต่างประเทศซึ่งสภามหาวิทยาลัยให้การรับรอง

                   ผู้ที่คาดว่าจะสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีก็มีสิทธิ์สมัครสอบได้ แต่ต้องสำเร็จปริญญาตรี ก่อนขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา และ

                   (2)ต้องมีผลการสอบภาษาอังกฤษ TU-GET หรือ TOEFL หรือ IELTSโดยไม่มีกำหนดคะแนนขั้นต่ำ แต่ผลการสอบภาษาอังกฤษดังกล่าว จะเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาผลการสอบข้อเขียน ทั้งนี้ ผลการสอบภาษาอังกฤษดังกล่าวต้องได้มาไม่เกิน 2 ปี นับถึงวันสมัคร

                   (3) สำหรับผู้เข้าศึกษาต่างชาติต้องเป็นผู้ได้รับปริญญาตรีสายนิติศาสตร์ จากสถาบันการศึกษาที่สภามหาวิทยาลัยให้การรับรอง และมีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนการสอบคัดเลือกคณะดำเนินการโดยวิธีการพิเศษโดยได้รับความเห็นชอบจากอธิการบดี ซึ่งเป็นการสอบสัมภาษณ์ในสาขาวิชานั้น

       กรณีส่งเสริมผู้มีประสบการณ์

                   (1)เป็นผู้ได้รับปริญญาตรีสายนิติศาสตร์ จากสถาบันการศึกษาในหรือต่างประเทศซึ่งสภามหาวิทยาลัยให้การรับรอง และ

                   (2)ต้องมีผลการสอบภาษาอังกฤษ TU-GET หรือ TOEFL หรือ IELTSโดยไม่มีกำหนดคะแนนขั้นต่ำ แต่ผลการสอบภาษาอังกฤษดังกล่าว จะเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาผลการสอบข้อเขียน ทั้งนี้ ผลการสอบภาษาอังกฤษดังกล่าวต้องได้มาไม่เกิน 2 ปี นับถึงวันสมัคร และ

                   (3) ต้องมีประสบการณ์การทำงานในหน่วยงานของรัฐหรือภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาที่สมัครเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี (นับถึงวันที่สมัคร) และคำรับรองจากผู้บังคับบัญชาว่าผู้สมัครได้ทำงานในตำแหน่งนั้น และมีระยะเวลาการทำงานตามที่กำหนด กรณีผู้สมัครประกอบวิชาชีพอิสระจะต้องแสดงหลักฐานประกอบวิชาชีพอิสระ เช่น หลักฐานการจดทะเบียน หนังสือรับรองนิติบุคคล เป็นต้น

วิธีการคัดเลือก

    กรณีทั่วไป (สามารถสมัครสอบได้ 2 สาขา)   

                  การสอบข้อเขียน   ผู้สมัครทุกสาขาต้องสอบวิชาข้อเขียนวิชาทางกฎหมาย 4 ข้อ โดยมีคะแนนเต็มข้อละ 20 คะแนน 

                                      1)  หลักกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

                                      2)  หลักกฎหมายอาญา

                                      3)  หลักกฎหมายมหาชน

                                      4)  หลักกฎหมายระหว่างประเทศ

                   นอกจากนั้นผู้สมัครสอบต้องมีผลสอบภาษาอังกฤษ (TU-GET/TOEFL/IELTS) โดยจะนำผลการสอบภาษาอังกฤษมารวมเป็นคะแนนเพื่อพิจารณาผลการสอบข้อเขียน ตามอัตราส่วนโดยคะแนนภาษาอังกฤษมีคะแนนเต็ม 20 คะแนนวิชาข้อเขียนทางกฎหมายรวมกับคะแนนภาษาอังกฤษจะได้คะแนนรวมเท่ากับ 100 คะแนน

                   การสอบสัมภาษณ์  สำหรับผู้สมัครที่สอบผ่านข้อเขียนจะมีการสอบสัมภาษณ์โดยไม่มีคะแนนซึ่งเป็นการวัดทัศนคติ ความตั้งใจ บุคลิกภาพ เป็นต้น 

         กรณีส่งเสริมผู้มีประสบการณ์ (สามารถสมัครสอบได้สาขาเดียวเท่านั้น)

                 การสอบข้อเขียน   ผู้สมัครสอบแต่ละสาขาเข้าสอบข้อเขียนวิชากฎหมายในสาขาที่ตนเองสมัคร 1 ข้อ โดยมีคะแนนเต็ม 50 คะแนน 

                 การสอบสัมภาษณ์  ผู้สมัครสอบแต่ละสาขาเข้าสอบสัมภาษณ์ โดยมีคะแนนเต็ม 30 คะแนน 

                 ผู้สมัครสอบต้องมีผลสอบภาษาอังกฤษ TU-GET หรือ TOEFL หรือ IELTS โดยไม่มีกำหนดคะแนนขั้นต่ำ ทั้งนี้ ผลการสอบภาษาอังกฤษดังกล่าวต้องได้มาไม่เกิน 2 ปี นับถึงวันสมัครภาษาอังกฤษ (TU-GET/TOEFL/IELTS)มีคะแนนเต็ม 20 คะแนน

        เกณฑ์ในการพิจารณาผู้ผ่านการสอบคัดเลือก

          กรณีทั่วไปและกรณีส่งเสริมผู้มีประสบการณ์ใช้ระบบการคัดเลือกอย่างเดียวกัน ดังนี้

                   กรณีทั่วไป

                   คณะกรรมการจะพิจารณาคัดเลือกผู้สอบผ่านข้อเขียนกรณีทั่วไป โดยเรียงลำดับผู้สมัครที่เลือกอันดับ 1 และอันดับ 2 ของแต่ละสาขาที่ได้คะแนนสูงสุดเรียงลงมาจนได้ตามจำนวนรับกรณีทั่วไปตามที่สาขากำหนด

                    กรณีส่งเสริมผู้มีประสบการณ์

                   คณะกรรมการจะพิจารณาคัดเลือกผู้สอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์กรณีส่งเสริมผู้มีประสบการณ์ โดยเรียงลำดับผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงสุดเรียงลงมาจนได้ตามจำนวนรับกรณีพิเศษตามที่สาขากำหนด

รายละเอียดอื่น ๆ เกี่ยวกับการสมัครสอบกรณีทั่วไป

                   1  ในการรับสมัคร บัณฑิตศึกษา คณะนิติศาสตร์จะยังไม่รับหลักฐานแสดงการสำเร็จการศึกษา ดังนั้น ผู้สมัครจะต้องตรวจสอบและพิจารณาด้วยตนเองว่า มีคุณสมบัติตรงตามประกาศรับสมัครจริง หากตรวจสอบในภายหลังพบว่าผู้สอบคัดเลือกรายใดมีคุณสมบัติไม่ตรงตามประกาศรับสมัครจะถือว่าผู้นั้นขาดคุณสมบัติและหมดสิทธิ์เข้าศึกษา

                   2  ในกรณีที่ผู้สมัครเคยมีผลสอบภาษาอังกฤษ ((TU-GET/TOEFL/IELTS)มาก่อน และผลสอบนั้นยังไม่เกิน 2 ปี ขอให้นำใบรายงานผลสอบภาษาอังกฤษมามอบให้กับบัณฑิตศึกษา คณะนิติศาสตร์ ภายในระยะเวลาที่ทางบัณฑิตศึกษากำหนด หากผู้สมัครยังไม่เคยสอบภาษาอังกฤษมาก่อนจะต้องไปสมัครสอบ มิฉะนั้นจะไม่มีคะแนนภาษาอังกฤษรวมในคะแนนการสอบข้อเขียนและถือว่าขาดคุณสมบัติ (ข้อ 2) โดยจะไม่มีสิทธิได้รับการพิจารณาผลการสอบคัดเลือก

                   3  ผู้สมัครสอบสามารถเลือกได้ 2สาขา จาก 8สาขา โดยให้ระบุสาขาที่เลือกตามความสนใจ

                   4  เมื่อสมัครแล้ว ผู้สมัครจะขอเปลี่ยนแปลงหรือย้ายสาขามิได้

                   5  มหาวิทยาลัยจะไม่คืนเงินค่าสมัครสอบให้ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น

                   6  ในวันสอบผู้สมัครต้องนำหลักฐานการชำระเงินค่าสมัครที่มหาวิทยาลัยออกให้ พร้อมทั้งบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการ หรือใบขับขี่หรือบัตรที่ทางราชการออกให้ โดยมีรูปถ่ายติดอยู่มาในวันสอบด้วย ในกรณีที่ใช้ใบเหลืองต้องเป็นใบเหลืองที่ติด     รูปถ่ายเท่านั้น ถ้าไม่มีบัตรที่กล่าวมาแล้วข้างต้นจะไม่มีสิทธิ์เข้าห้องสอบ

ระบบการศึกษา

การดำเนินการหลักสูตร

          วัน –เวลาในการดำเนินการเรียนการสอน

                   นอกวัน – เวลาราชการ

                   เรียนจันทร์ – ศุกร์        เวลา  17.30 ถึง 20.30 น.

                          เสาร์                     เวลา  09.00 ถึง 16.00 น.

  1. เป็นการศึกษาภาคค่ำในระบบทวิภาค
  2. หลักสูตรการศึกษาแบ่งเป็น 2 แผน คือ
    • แผน  ก  เป็นหลักสูตรที่มีการศึกษารายวิชาและวิทยานิพนธ์
    • แผน  ข  เป็นหลักสูตรที่มีการศึกษารายวิชาและศึกษาวิชาการค้นคว้าด้วยตนเอง 6 หน่วยกิต
  3. การสอบประมวลวิชา (เฉพาะแผน ข) นักศึกษาจะสอบประมวลวิชาได้เมื่อลงทะเบียนลักษณะวิชามาแล้วอย่างน้อย 15 หน่วยกิต โดยได้ค่าระดับเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.00 และจะต้องสอบผ่านประมวลวิชาให้ผ่านภายใน 3 ครั้ง มิฉะนั้นจะถูกถอนชื่อออกจากทะเบียนนักศึกษา
  4. การสอบภาษาต่างประเทศให้เป็นไปตามระเบียบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่าด้วยการสอบภาษาต่างประเทศสำหรับการศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา พ.ศ. 2539
  5. การจดทะเบียนวิทยานิพนธ์
    • แผน  ก  แผนทำวิทยานิพนธ์
       นักศึกษาที่เลือกศึกษาแผนนี้จะจดทะเบียนวิทยานิพนธ์ได้เมื่อศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ภาคการศึกษาปกติ หรือมีหน่วยกิตสะสมไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต โดยได้ค่าระดับเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.00 และจะสอบวิทยานิพนธ์ได้เมื่อสอบภาษาต่างประเทศผ่านแล้ว
    • แผน  ข  แผนการศึกษาลักษณะวิชาโดยไม่ต้องทำวิทยานิพนธ์
      นักศึกษาที่เลือกศึกษาแผนนี้จะต้องศึกษาลักษณะวิชาการค้นคว้าด้วยตนเอง 6 หน่วยกิต คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นอาจารย์
  • แผน  ก  นักศึกษาที่เลือกเรียนแผน ก จะต้องลงทะเบียนอย่างน้อย 39 หน่วยกิต ซึ่งประกอบด้วยวิชากฎหมาย 24 หน่วยกิต(วิชาบังคับ 15 หน่วยกิต และวิชาเลือก 9 หน่วยกิต) และวิทยานิพนธ์ 15 หน่วยกิต
  • แผน  ข  นักศึกษาที่เลือกเรียนแผน ข จะต้องลงทะเบียนอย่างน้อย 39 หน่วยกิต ซึ่งประกอบด้วยวิชากฎหมาย 33 หน่วยกิต (วิชาบังคับ 15 หน่วยกิต และวิชาเลือก 18 หน่วยกิต) และวิชาการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง (independent research) 6 หน่วยกิต

ระยะเวลาการศึกษา

ระยะเวลาการศึกษาตลอดหลักสูตรอย่างน้อย 4 ภาคการศึกษาปกติ และอย่างมากไม่เกิน 8 ภาคการศึกษาปกติ

หลักสูตร
จำนวนหน่วยกิตตลอดหลักสูตร 39 หน่วยกิต 

 จำนวนนักศึกษา

รับนักศึกษาปีละประมาณ 190 คน

งบประมาณ
 ประมาณการค่าใช้จ่ายในการผลิตต่อหัวของมหาบัณฑิตในหลักสูตร ปีละประมาณ 66,600 บาท

 

 

http://www.jrank.org/